24 HOURS ANTI-AGING PROGRAM วิธีชะลอวัยอย่างง่าย ในหนึ่งวัน

โดย แพทย์หญิงสาริษฐา สมทรัพย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านแอนไทเอจจิ้ง ด้านระบบประสาทและสมอง และด้านกุมารเวช

     ถ้าไม่อยากแก่เร็ว  ใน 1 วัน ควรทำอะไรบ้าง หมอแพมแนะนำอย่างนี้ค่ะ 

คิดบวกตั้งแต่ตื่น Sukina

1. คิดบวกตั้งแต่ตื่น

     ตื่นเช้าขึ้นมา สิ่งแรกที่ควรทำคือคิดบวก บอกตัวเองว่าฉันยังไม่แก่ วันนี้ฉันพร้อมรับวันใหม่ รับสิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิต ตามทฤษฎีบอกว่าถ้าเราใส่ประจุบวกเข้าไปในชีวิต มันจะดึงดูดเรื่องดี ๆ คนดี ๆ ให้เข้ามาหาเรา พอเราไปอาบน้ำ ก็ให้คิดว่ากำลังล้างเรื่องเครียดเรื่องที่ทำให้ไม่สบายที่เกิดขึ้นเมื่อวานออกไปให้หมด 

     หลังจากนั้น ก็ออกกำลังกายเบาๆ  เพื่อให้ร่างกายตื่นตัว รู้สึกสดชื่น กระฉับกระเฉง  ถ้าไม่รู้จะทำท่าไหน ง่าย ๆ เลยคือ กางแขนขึ้นข้างตัว แล้วหมุนข้างละ 50 ครั้ง วิธีนี้เหมาะกับคนที่พออายุมากขึ้น แล้วมีปัญหาเรื่องข้อไหล่ติด หรือแกว่งแขนก็ได้  ควรแกว่งแขนไปด้านหลัง เพื่อกระตุ้นต่อมน้ำเหลืองซึ่งอยู่บริเวณเต้านมให้ทำงานตามปกติ

อาหารเช้าสำคัญที่สุด Sukina

2. อาหารเช้าสำคัญที่สุด

     อาหารเช้าเป็นอาหารมื้อสำคัญที่ขาดไม่ได้ และควรกินก่อน 8.00 น. ส่วนจะกินมากน้อยแค่ไหน ต้องดูว่าในวันนั้นเราใช้พลังงานมากน้อยแค่ไหน ถ้าใช้น้อยก็กินน้อย ใช้มากก็กินมากหน่อย โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ทำงานอยู่แต่ในออฟฟิศชิล ๆ  / ออกไปพบลูกค้าข้างนอก ต้องเดินพอสมควร / ต้องออกแรงหนัก ๆ

     อาหารเช้าที่แนะนำ ควรกินทั้งคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน ไข่นี่จะไข่ดาวหรือไข่ต้มกิน 2 ฟองได้เลย กับขนมปังโฮลวีต 1 แผ่น โจ๊กไก่ โจ๊กหมู ก็กินได้ ข้าวหมูแดง ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ข้าวเหนียวไก่ย่าง ปลาย่างปลาอบ กินได้หมด แต่กินข้าวน้อยหน่อยหรือเปลี่ยนเป็นข้าวกล้อง แต่หมูไม่ต้องปรุงรสเข้มมาก ติดมันได้พอประมาณ กินกับสลัด หรือผักเช่น แตงกวา ผักกาดหอม มะเขือเทศ หรือจะข้าวมันไก่ก็ได้ แต่ขอแตงกวาเพิ่มหน่อย ต้มเลือดหมูใส่ผักอะไรก็ได้ แต่ระวังตำลึงเพราะอาจทำให้บางคนท้องเสียระหว่างวันได้ เนื่องจากตำลึงเป็นยาระบาย 

     ถ้าใครรู้สึกหิวตอนสิบโมงเช้า อาจกินพวกเบอรี่ แอบเปิ้ลที่ให้พลังงาน อย่างไรก็ตามถ้ากินข้าวเช้าแล้วยังหิวเวลานี้อีก แสดงว่าเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียด และสิ่งสำคัญที่ลืมไม่ได้คือควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 1.5 ลิตร 

เดินก่อนทำงาน Sukina

3. เดินก่อนทำงาน

     ก่อนทำงานควรเคลื่อนไหวร่างกายสักหน่อยเพื่อเป็นการวอร์มอัพตัวเอง เช่น หลีกเลี่ยงการนั่งบนรถรับส่งสาธารณะทั้งหลาย เดินขึ้นบันไดแทนขึ้นลิฟต์ ถ้าทำงานที่ชั้น 5 ก็ใช้วิธีขึ้นลิฟต์ไปลงชั้น 3 แล้วเดินต่อขึ้นไป  2 ชั้น 

4. อาหารกลางวันของคนกลัวแก่

     ถ้ากลัวแก่ไม่ควรกินแป้งขาว เช่นก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ หรือเส้นหมี่ เอาง่าย ๆ คือกินเกาเหลาไปเลย หรือกินกับข้าวกล้องก็ได้ โดยลดข้าวลงบ้าง อาหารแปรรูป เช่นไส้กรอก ลูกชิ้นก็ไม่ควรกินทั้งสิ้น

     นอกจากประเภทของอาหารแล้ว ถึงเวลาพักเที่ยงควรเดินไปกินข้าวที่โรงอาหาร หรือร้านค้านอกบริษัท ถ้าออกไปไม่ได้ นั่งกินในออฟฟิศได้แต่ควรกินไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องรีบ กินเสร็จแล้วก็เดินวนในออฟฟิศ จนกว่าจะหมดเวลาพัก 

     ไม่ต้องรู้สึกผิดถ้ากลางวันจะเดินออกไปกินข้าวข้างนอก กินไปเมาธ์มอยกับเพื่อนร่วมงาน แล้วต่อด้วยการช้อปปิ้งเล็ก ๆ น้อย ๆ เพราะมันช่วยลดความเครียดที่ต้องอยู่กับมันมาตลอดเช้า แต่ห้ามช้อปของกิน โดยเฉพาะของทอด ขนมหวานทั้งหลาย ถ้าจะช้อปของกิน ควรมองหาว่าในตลาดมีอาหารสุขภาพอะไรบ้างที่สามารถหิ้วกลับบ้านไปกินตอนเย็น  

รีแลกซ์ตอนบ่าย Sukina

5. รีแลกซ์ตอนบ่าย

     ช่วงบ่าย หลังจากทำงานไปได้สัก 2 ชั่วโมง ควรลุกจากโต๊ะทำงานไปเดินเล่น หรือคุยกับเพื่อนบ้าง เพื่อลดความเครียดในการทำงานลงบ้าง ถ้าเดินไปเข้าห้องน้ำ แนะนำให้นวดตาไปด้วยเลย โดยถูอุ้งมือทั้งสองข้างไปมาเพื่อให้อุ่นเล็กน้อย แล้วกดที่ดวงตาก่อนจะนวดเบา ๆ เพื่อให้รู้สึกผ่อนคลาย และตาไม่เป็นหมีแพนด้า  หลังจากนั้นหมุนแขนอีก 2-3 รอบ และไม่ลืมบอกตัวเองในกระจกว่า ฉันต้องสวยทั้งวัน 

อย่าขี้เกียจออกกำลังกาย Sukina

6. อย่าขี้เกียจออกกำลังกาย

     เลิกงานแล้ว อย่าขี้เกียจเลยนะคะ ออกกำลังกายอะไรก็ได้ที่คุณชอบ อย่างน้อย 30 นาที และควรหาเพื่อนออกกำลังกายด้วยกัน เพราะช่วยให้ออกกำลังกายได้นานขึ้น  โดยอาจเดินรอบตึกที่คุณทำงานสัก 5 รอบ เดินไปแกว่งแขนไปให้ได้ 100 ครั้ง แล้วค่อยกลับบ้าน เรียกว่าเป็นการออกกำลังกายที่ไม่ต้องเสียเงินเลย หรืออาจรีบกลับบ้านไปออกกำลังกายกับครอบครัวหรือเพื่อนบ้านก็ได้

อาหารเย็นก็ไม่ควรอด Sukina

7. อาหารเย็นก็ไม่ควรอด

     อาหารเย็นไม่ควรอด แต่ก็อย่ากินเยอะ แนะนำอาหารเช่น โจ๊กปลา สลัดผัก แอปเปิ้ล ลูกแพร์ กล้วยน้ำว้า ลูกพรุน เพราะมีไฟเบอร์สูง ช่วยล้างลำไส้ให้ขับถ่ายได้ดีในเช้าวันรุ่งขึ้น 

8. อาหารก่อนนอน

     ควรกินก่อนนอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง เช่นถ้าวางแผนจะหลับเที่ยงคืน ควรกินก่อนสามทุ่ม อาจเป็นนม ใส่น้ำผึ้งหรือไม่ก็ได้ หรือกล้วยน้ำว้า 1 ผล ช่วยให้หลับได้ดี แต่ถ้ามีปัญหาเรื่องการนอนหลับ ไม่ควรกินผลไม้รสเปรี้ยว เพราะจะยิ่งทำให้นอนไม่หลับ 

9. ทิ้งโทรศัพท์ไว้นอกห้องนอน

     ก่อนนอนควรนั่งสงบ ๆ ทบทวนสิ่งที่ทำมาทั้งวัน ทั้งดีและไม่ดี อะไรที่ไม่ดีก็ทิ้งมันไป ทำจิตให้ว่าง ไม่เปิดทีวี หรือปล่อยให้ทีวีเฝ้าเราจนหลับ ไม่เอาโทรศัพท์มาแชตกับใคร หมอแพมจะเอาไปไว้อีกห้องเลย เพื่อจะได้ไม่ต้องรับโทรศัพท์ใคร และอย่าเอาโทรศัพท์มาวางไว้ข้างหูขณะนอนหลับเด็ดขาด

​​​​​​​เรียบเรียงโดย วินนา รักการ
ขอบคุณภาพจาก freepik

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top