วิธีอย่างง่ายให้พิษเป็นยา (homeopathic) สำหรับคนทั่วไป

โดย ดร.ณิชมน สมันตรัฐ ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ด้านเนเชอโรพาธิค ( Naturopathic)

วิธีอย่างง่ายให้พิษเป็นยา ในแนวทางของธรรมชาติบำบัด

            โฮมิโอพาธีย์ (Homeopathy)  จัดเป็นทางเลือกทางหนึ่งของการรักษาโรค (homeopathy remedies) การรักษาแบบโฮมิโอพาธีย์ ตัวยาเรียกว่า Remedy มีลักษณะของตัวยา 2 แบบ คือแบบเม็ดและแบบน้ำ

          หากเอาสารในตัวยาไปตรวจดู จะพบว่าไม่มีสารออกฤทธิ์ (active ingredient)  แต่เป็นหนึ่งในการแพทย์เชิงพลังงาน (energy medicine) ซึ่งอยู่ในหลักการของ    ควอนตัมฟิสิกส์

          ในการใช้การรักษาเยียวยาด้วยศาสตร์พลังงานมนุษย์ (energy healing) ในเชิงของเคมีเราจะไม่เห็นสารโมเลกุลอยู่ในตัวยา แต่มันอยู่ในหลักของควอนตัมฟิสิกส์มากกว่า

          หลักการของการรักษาแบบโฮมิโอพาธีย์ จะเชื่อว่าร่างกายของคนเราในแต่ละคนจะมีความถี่ (frequency) เมื่อไหร่ที่ความถี่นี้อยู่ในลักษณะไม่สมดุล ก็จะทำให้เกิดการเจ็บป่วย

          วิธีการรักษา คือ การรักษาหรือหาตัวยา (remedy) ที่เหมาะสมกับบุคคลนั้น ในแต่ละคนอาจจะเหมาะกับตัวยาที่ไม่เหมือนกัน ในการรักษาแบบโฮมิโอพาธีย์ เป็นเพียงการกระตุ้นให้ร่างกายรักษาตนเอง  เพื่อให้พลังชีวิตสมบูรณ์ขึ้น โดยอาศัยหลักควอนตัม และฟิสิกส์มาช่วย ซึ่งถือว่าเป็นทางเลือกหนึ่ง เพื่อให้ความถี่กลับมาปกติอีกครั้ง ทั้งความถี่ของคลื่นและการสั่นสะเทือน

          โฮมิโอพาธีย์ สมัยก่อนเรียกว่า โฮมีโอพาธีย์แบบดั้งเดิม (Classic Homeopathy) ในสมัยใหม่ถูกนำกลับมาใช้ง่ายขึ้น จึงมีการแตกแขนงออกมาจากเดิม

          โฮมีโอพาธีแบบดั้งเดิม เป็นเรื่องเฉพาะบุคคลมาก ตามหลักการที่กล่าวไปแล้ว เช่น ต้องหาว่าพลังงานของบุคคลที่ทำการรักษามีความถี่แบบไหน เพื่อหาให้เจอว่าการรักษาหรือตัวยา (remedy) ตัวไหนที่เหมาะกับความถี่ เพื่อให้ยาใช้ได้ผล

          ส่วนโฮมีโอพาธีสมัยใหม่ ไม่ใช่การรักษาแบบรายบุคคลแบบเดิม แต่เป็นการวินิจฉัยตามอาการของโรค ที่พบได้บ่อย เช่น เวลาโดนผึ้งต่อย มีอาการบวมแพ้ ก็จะแนะนำเป็น เอพิส (Apis) เป็นชื่อของตัวยาโฮมีโอพาธีย์ หรือ ถ้ามีลักษณะเป็นแผลถูกเจาะ ถูกแทงทิ่ม ถูกกัด เป็นตัวยาชื่อว่า ลีดัม (Ledum)  ซึ่งจะมีการใช้ยาที่แตกต่างกันมากในเชิงของทฤษฎีต่างๆ

          การนำโฮมีโอพาธีย์มาใช้กับการปฐมพยาบาล (first aid) ได้นั้น เพราะว่า หากอยู่ใช้ในปริมาณต่ำๆ  ก็จะไม่มีผลข้างเคียงอะไร คนทั่วไปจึงสามารถลองใช้ได้ไม่  เสียหาย ถ้าหากส่งผลต่อโรคในทางที่ดีแล้วก็จะทำให้อาการป่วยหายได้

 

เรียบเรียงโดย วินนา รักการ
ขอบคุณภาพจาก unsplash

Scroll to Top