เทรนด์ใหม่ แบคทีเรียตัวจิ๋วผู้ควบคุมสุขภาพ

ในรายการ Modern Health ทางวิทยุครอบครัวข่าว ส.ทร. FM 106 คุณปู Sukina หรือ คุณเอื้อมพร แสงสุวรรณ FNTP (Functional Nutritional Therapy Practitioner) หรือ ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารสุขภาพเฉพาะบุคคล จากสถาบัน Nutritional Therapy Association ประเทศออสเตรเลีย และประสบการณ์กว่า 15 ปีในการเป็นบรรณาธิการนิตยสารสุขภาพ และปัจจุบันเป็นโค้ชด้านการกินอาหารบำบัดโรค ผ่านเพจ Sukina เพื่อสุขภาพ

            สำหรับวันนี้ มาทำความรู้จัก Microbioms แบคทีเรียตัวจิ๋วผู้ควบคุมสุขภาพ

Microbioms : จุลชีพที่เป็นมิตร

อย่างที่เราทราบกันดี แบคทีเรีย คือสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่อาศัยอยู่ในทางเดินอาหารของเรา ภาษาอังกฤษเรียกสิ่งนี้ว่า microbioms ขณะที่ในทางวิทยาศาสตร์บ้านเราเรียกสิ่งนี้ว่า “จุลชีพ” ซึ่งเป็นมิตรต่อร่างกายมนุษย์และสิ่งแวดล้อม จุลชีพมีอยู่ทุกที่ ในน้ำ ในอากาศ ในดิน ในร่างกายมนุษย์ และสัตว์

            จากบางตอนของหนังสือ Missing Microbioms เขียนโดย นายแพทย์มาร์ติน เบลเซอร์ กล่าวว่า เมื่อเราเกิดมาเราได้รับถ่ายทอดแบคทีเรียจากคุณแม่ผ่านการคลอดธรรมชาติ เพราะโดยธรรมชาติของคุณแม่ ร่างกายของผู้หญิงจะนำพาแบคทีเรียตัวดีมาไว้ที่ช่องคลอด เพื่อขณะที่ทารกเคลื่อนตัวจากปากมดลูกมายังช่องคลอด ทารกก็จะได้รับแบคทีเรียตัวดีผ่านทางผิวหนังบอบบาง และการกลืนเข้าปากไป ถือเป็นช่วงเวลาที่แม่ถ่ายทอดพันธุกรรมบางส่วนสู่ลูก

            ทั้งนี้ เด็กทารกที่ไม่ได้ผ่านการคลอดธรรมชาติจะไม่ได้รับแบคทีเรียเหล่านี้ ส่งผลให้ทารกที่ผ่าคลอดมีระดับภูมิคุ้มกันต่ำกว่าเด็กที่คลอดด้วยวิธีการธรรมชาติ และจากสถิติก็พบว่า เด็กๆ กลุ่มนี้มีความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานมากกว่าคนที่คลอดด้วยวิธีธรรมชาติถึง 40%

            ดร. อลิซาเบธ ลิปสกี้ ผู้เขียนหนังสือเรื่อง Digestive Wellness กล่าวว่า ในระบบย่อยของมนุษย์เองมีจุลชีพมากกว่าเซลล์ถึง 10 เท่า และมีเป็น DNA ส่วนใหญ่ถึง 99% ใน DNA ของเรา เท่ากับที่จริงร่างกายเรามี DNA มนุษย์เพียง 1%

หน้าที่ของแบคทีเรียในระบบย่อย

  • ช่วยย่อยอาหาร
  • ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
  • ช่วยลดไขมันในเลือด
  • ช่วยลดน้ำตาลในเลือด
  • ช่วยลดความดันโลหิตสูง
  • ช่วยสร้างวิตามินเค
  • ช่วยสร้างวิตามินบี 12
  • ช่วยต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง
  • ช่วยย่อยสลายยาเคมี
  • ช่วยสร้างตัวยารักษาโรคให้ร่างกาย

โดยรวมๆ แบคทีเรียตัวดีเหล่านี้เป็นโปรตีนที่ช่วยปกป้องบริเวณพื้นผิวของเซลล์ และภูมิคุ้มกันของเราก็จะจำได้ว่า เขาคือมิตร จึงสามารถปกป้องร่างกายต่อเชื้อโรค พยาธิ ไวรัส และแบคทีเรียตัวร้าย จุลินทรีย์ มีอิทธิพลต่อยารักษาโรคและอาหารต่าง ๆ ที่เรากินเข้าไป นั่นหมายถึง แบคทีเรียตัวดีเหล่านี้มีผลต่อการเกิดโรค และการหายจากโรคบางอย่างด้วย

มีการศึกษาใน Genome Science and System Biology มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ที่ศึกษาหนูสองกลุ่ม โดยกลุ่มแรกได้รับแบคทีเรียที่ได้จากหนูอ้วน และอีกกลุ่มได้แบคทีเรียจากหนูผอม ปรากฏว่าสองสัปดาห์ผ่านไป หนูเหล่านั้นก็มีรูปร่างเปลี่ยนแปลงไปตามลักษณะของหนูที่ได้รับแบคทีเรียมาก

ต่อมา ดร. เจฟฟี่ กอร์ดอน ได้ศึกษาทดลองควบคุมการกินในหนูฝาแฝด ให้กลุ่มหนึ่งกินอาหารที่ทำให้อ้วน แล้วก็ให้แบคทีเรียจากหนูตัวผอม อีกกลุ่มหนึ่งกินอาหารที่ทำให้ผอม แต่ได้รับแบคทีเรียจากหนูตัวอ้วน สุดท้ายผลลัพธ์ก็พบว่า อาหารที่กินไม่มีบทบาทเท่าแบคทีเรียที่ได้รับมา แม้ว่ากินอาหารที่ทำให้ผอม แต่ได้รับแบคทีเรียของหนูตัวอ้วน ก็ทำให้หนูตัวนั้นอ้วน

หลังจากนั้น สถาบันการแพทย์จอห์น ฮอบสกิ้น มีการศึกษาในคน โดยเรียกการศึกษานี้ว่า fecal bacteriotherapy (FBT) โดยทดลองปลูกถ่ายอุจจาระที่มีแบคทีเรียเข้าไปตัวคน เรียกว่า fecal implant ก็ให้ผลแบบเดียวกัน และไม่เพียงโรคอ้วน เพราะ ดร. ลินดา ลี คุณหมอนักวิทยาศาสตร์ แห่งโรงพยาบาลจอห์น ฮอบสกิ้น ก็ปลูกถ่ายอุจจาระในการรักษาโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร เช่น การติดเชื้อหลังการกินยาปฏิชีวนะ จึงเกิดการศึกษาอย่างจริงจังขึ้นในปี 2010 ในการใช้อุจจาระหรือแบคทีเรียรักษาโรคอ้วน โรคลำไส้แปรปรวน ปัญหาการอักเสบในทางเดินอาหาร

วิธีสร้างสมดุลจุลินทรีย์ในระบบย่อย

  • กินพรีไบโอติก อยู่ในอาหารประเภทที่มีไฟเบอร์ ทั้งกลุ่มละลายน้ำ และไม่ละลายน้ำ
  • กินโพรไบโอติก จากอาหารที่ผ่านการหมักหรือดองอย่างถูกอนามัย เช่น ผักดองที่ดองแบบโบราณ ดองในน้ำเกลือ โยเกิร์ต คีเฟอร์ กิมจิ มิโซะ นัตโตะ
  • กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ คิดง่ายๆ ว่าคือ ข้าวกล้อง 30% เนื้อสัตว์ 30% และที่เหลือคือ ผัก
  • งดการกินยาแอนตี้ไบโอติก หรือยาปฏิชีวนะ
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีกลูเตน เช่น ขนมปัง เค้ก แคร็กเกอร์

วิธีเช็คอาการขาดสมดุลจุลินทรีย์ในระบบย่อย

  • การกินยาแอนตี้ไบโอติก (ยาปฏิชีวนะ)
  • ลมหายใจเหม็น มีกลิ่นตัว
  • ผายลมมีกลิ่นเหม็น
  • แพ้กลิ่นที่มาจากสารเคมี เช่นแพ้น้ำหอม แพ้กลิ่นบุหรี่ แพ้กลิ่นน้ำมันดีเซล หรือรู้สึกไม่ดีในที่อับชื้นเหล่านี้มาจากตับทำงานไม่ปกติ และแบคทีเรียในระบบทางเดินอาหารไม่สมดุล
  • ขอบตาคล้ำ มาจากการแพ้อาหารที่อาจไม่เคยแพ้
  • ติดอาหารบางอย่าง อยากกินขนมปัง หรือเส้นก๋วยเตี๋ยว อันเนื่องมาจากการขาดสารอาหารจำเป็น ที่ส่งผลมาจากการอักเสบในระบบทางเดินอาหาร
  • มีความผิดปกติเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เช่น
  • ท้องอืด หรือปวดท้องภายใน 1-2 ชั่วโมงหลังอาหาร
  • มีอาการภูมิแพ้ ทางเดินหายใจ เช่น จามบ่อย ๆ ระบบภูมิคุ้มกันค่อนข่างซับซ้อน ความไม่สมดุลของแบคทีเรียในระบบทางเดินอาหาร ทำให้เกิดภาวะเป็นพิษอยู่ในระบบทางเดินอาหาร ส่งผลต่อสมดุลแบคทีเรีย ตัวร้ายเติบโตเกินไป ส่งผลต่อ peyer’s patches ที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบน้ำเหลือง ที่เมื่อเรื้อรังก็จะส่งผลต่อภูมิคุ้มกันในระบบทางเดินหายใจ
  • แพ้อาหารที่ไม่เคยแพ้
  • ฝันร้าย
  • ช่างฝัน รู้สึก unreal
  • ติดเชื้อรา ราที่เล็บ
  • มีอาการปวดบริเวณกล้ามเนื้อต้นขาด้านนอก

พบกันในตอนหน้า คุณเอื้อมพร แสงสุวรรณ FNTP (Functional Nutritional Therapy Practitioner) หรือ ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารสุขภาพเฉพาะบุคคล จากสถาบัน Nutritional Therapy Association ประเทศออสเตรเลีย นักบำบัดโรคด้วยอาหาร จาก เพจ Sukina เพื่อสุขภาพจะนำเรื่องราวดีๆ เพื่อสุขภาพอะไรมาฝาก โปรดติดตาม

Scroll to Top